รีวิว Jules จูลส์ (Netflix) E.T. ฉบับวัยชรา เรียบง่าย แต่ก็ลึกซึ้งและมีมิติ
Jules
Summary
หนังที่ทำตรงข้ามกับ ET ด้วยการนำเสนอมิตรภาพข้ามดวงดาวและการได้พบเจอสิ่งมหัศจรรย์ในวัยชราแบบเรียบง่ายมากๆ ไม่มีการผจญภัยตื่นเต้นใดๆ ทุกอย่างอยู่แค่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ เอลี่ยนก็เป็นคนแต่งชุดแบบง่ายๆ ไม่ได้นำเสนอว่ามีอะไรพิเศษ นอกจากความแปลกประหลาดชวนขำกับพฤติกรรมของเอเลี่ยนนิดๆ หนังไปเน้นที่ประเด็นความโดดเดี่ยวของผู้สูงอายุกับภาวะความจำเสื่อม และการมองโลกที่ต่างกันของลูกหลานกับผู้เป็นพ่อที่ไม่อยากให้ลูกต้องมารับภาระของตัวเอง ซึ่งเป็นปมผูกเรื่องในตอนจบเข้ากับการเอลี่ยนที่พยายามกลับบ้าน แต่มันก็เรียบง่ายเกินไปจนอาจทำให้ผู้ชมรู้สึกผิดหวังได้ครับ
Overall
6.5/10User Review
( votes)Pros
- นำเสนอแง่มุมที่แปลกใหม่ของเรื่องเอเลี่ยนผ่านสายตาผู้สูงอายุ
- การแสดงของ Ben Kingsley ในบทมิลตันที่ลึกซึ้งและมีมิติ
- สำรวจประเด็นสังคมของผู้สูงวัย เช่น ความโดดเดี่ยว ภาวะความจำเสื่อม และความสัมพันธ์กับลูกหลาน
- ผสมผสานอารมณ์ขันเข้ากับความเศร้าและความอบอุ่นได้อย่างลงตัว
Cons
- ตอนจบเรียบง่ายเกินไป
- เนื้อเรื่องไม่มีจุดพลิกผันหรือซับซ้อนมากนัก
- การพัฒนาตัวละครรองยังไม่ลึกซึ้งเท่าที่ควร
ADBRO
“Jules” จูลส์ สหายรักต่างดาว ภาพยนตร์ดราม่าไซไฟคอมเมดี้ Netflix เล่าเรื่องราวชีวิตของมิลตัน (Ben Kingsley) ชายชราผู้โดดเดี่ยวในเมืองเล็กๆ ชีวิตที่เรียบง่ายของเขาพลิกผันทันทีเมื่อยานอวกาศพร้อมผู้โดยสารต่างดาวตกลงที่สวนหลังบ้าน
รีวิว “Jules” จูลส์
แม้เป็นภาพยนตร์ทุนต่ำปี 2023 ที่ไม่ได้เข้าฉายในไทย แต่กลับเป็นที่ชื่นชอบของนักวิจารณ์และผู้ชมอย่างล้นหลาม เรื่องราวคล้ายคลึงกับ “E.T.” ผลงานเลื่องชื่อของสตีเวน สปีลเบิร์ก แต่ได้ปรับเปลี่ยนตัวละครจากกลุ่มเด็กน้อยมาเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่บังเอิญพบเอเลี่ยนตกอยู่ในสวนหลังบ้าน และร่วมกันช่วยเหลือจนเกิดมิตรภาพอันแสนพิเศษที่เหนือความคาดหมาย
ภาพยนตร์ได้พาผู้ชมสำรวจโลกของผู้สูงวัยอย่างลึกซึ้ง มิลตันใช้ชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวหลังจากสูญเสียภรรยาและห่างเหินจากลูกทั้งสองคน อีกทั้งยังเผชิญกับภาวะความจำเสื่อมถอยตามวัย แต่การพบเจอกับเอเลี่ยนกลับเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งในชีวิตให้มีความหมายมากขึ้น เพราะเอเลี่ยนผู้นี้ไม่เพียงแต่เป็นผู้ฟังที่ดี แต่ยังทำให้หญิงชราอีกสองคนในละแวกนั้นได้เข้ามาร่วมในภารกิจปกปิดความลับครั้งนี้และช่วยกันเติมเต็มชีวิตของกันและกันโดยมีเอเลี่ยนเป็นสื่อกลางแบบเงียบๆ โดยถึงแม้มิลตันจะพูดถึงเอเลี่ยนกับผู้คนรอบข้าง แต่กลับไม่มีใครเชื่อเลยสักคน ซึ่งก็เป็นมุกตลกเล็กๆ ของหนังที่สะท้อนปัญหาภาพของคนชราในสายตาคนอื่นในสังคมที่มักลดคุณค่าพวกเขาเสอ
ภาพยนตร์เรื่องนี้เน้นการเล่าเรื่องอย่างเรียบง่าย มากกว่าการนำเสนอเอฟเฟกต์อลังการ เอเลี่ยนในเรื่องเป็นเพียงนักแสดงในชุดคล้ายมนุษย์ผิวสีเขียวแบบทื่อๆ ไม่มีการส่งเสียงใดๆ ไม่มีฉากแอ็คชั่นผจญภัยยิ่งใหญ่ ส่วนใหญ่เรื่องราวเกิดขึ้นในบ้านและสวนหลังบ้านที่ยานตก โดยเอเลี่ยนกำลังซ่อมแซมยานเพื่อกลับบ้าน แต่กลับสร้างความสนุกและความแปลกประหลาดได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นการใส่เสื้อให้เอเลี่ยน หรือการที่เอเลี่ยนต้องการศพแมวสำหรับซ่อมยาน
แก่นสำคัญของเรื่องคือความสัมพันธ์ระหว่างมิลตันกับลูกสาว ผู้เชื่อว่าพ่อกำลังป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ เมื่อได้ยินเรื่องเอเลี่ยนและพฤติกรรมแปลกๆ เช่น การซื้อแอปเปิลจำนวนมาก ทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือพ่อ ภาพยนตร์นำเสนอความสัมพันธ์ของทั้งคู่อย่างสะเทือนใจ สะท้อนความรู้สึกของผู้สูงอายุที่ไม่อยากยอมรับความเจ็บป่วยและพยายามปกปิดเพื่อไม่เป็นภาระกับลูก เรื่องราวได้เชื่อมโยงการมาและการกลับบ้านของเอเลี่ยนเข้ากับบทสรุปอย่างเรียบง่าย ซึ่งอาจจะสร้างความรู้สึกผิดหวังกับตอนจบที่ดูเรียบง่ายเกินไปเหมือนกันครับ
โดยรวม ด้วยเสน่ห์ของเรื่องราวที่เรียบง่ายแต่อบอุ่น ที่นำเสนอการสร้างมิตรภาพข้ามดวงดาวและการได้พบเจอสิ่งมหัศจรรย์ในวัยชรา ถึงแม้ตอนจบของเรื่องอาจดูเรียบง่ายเกินไป แต่ก็ยังแนะนำให้ลองดูได้ไม่เสียหายอะไรครับ