รีวิว Devil May Cry Netflix มีดีแค่แอ็คชั่น แต่ทำลายต้นฉบับไปเกือบหมด
Devil May Cry
Summary
แอนิเมชั่นซีรีส์ที่สร้างโดยผู้สร้าง Castlevania ซึ่งเลือกทิ้งเรื่องราวต้นฉบับไปเกือบหมด แต่ยังคงรักษาองค์ประกอบสำคัญของซีรีส์เกมไว้บางส่วน ผู้ชมที่คาดหวังฉากแอ็คชั่นสุดมันส์คงพอใจได้ แต่หากต้องการเนื้อเรื่องที่ลึกซึ้งหรือซื่อสัตย์ต่อต้นฉบับคงต้องผิดหวัง เพราะเวอร์ชั่นนี้ถูกเสริมเติมแต่งจนกลายเป็นแนวการเมืองอเมริกาที่ดูแล้วกาวเลอะเทอะมากครับ
Overall
6/10User Review
( votes)Pros
- ฉากแอ็คชั่นตื่นเต้นเร้าใจ
- การนำท่าไม้ตายจากเกมมาใช้ได้อย่างครบถ้วน
- มีพากย์ไทย
Cons
- เนื้อเรื่องดูกาวมากจนเข้าขั้นเลอะเทอะ
- เปลี่ยนบุคลิกของดันเต้ให้เป็นวัยรุ่นขี้เล่น
- พยายายัดเยียดประเด็นการเมืองผู้อพยพ
- การสร้างตัวละครใหม่อย่างแมรี่ที่ดูเก่งกาจเกินเหตุ
ADBRO
Devil May Cry ซีรีส์แอนิเมชั่น Netflix Original 8 ตอนจบซีซั่นแรก เมื่อกลุ่มวายร้ายลึกลับขู่ที่จะเปิดประตูนรก นักล่าปีศาจอย่างดันเต้จึงต้องออกโรงปกป้องโลก โดยมีหน่วยทหารลับปราบปีศาจของอเมริกาคอยสนับสนุนและพยายามดึงตัวเขาเข้าร่วมปฏิบัติการ
รีวิว Devil May Cry Netflix
ผลงานแอนิเมชั่นที่ดัดแปลงจากเกมชื่อดังของค่ายแคปคอมแห่งญี่ปุ่น แต่เรื่องนี้อยู่ภายใต้การสร้างสรรค์ของ Alex Larsen และ Adi Shankar ชาวอเมริกัน ซึ่งคนหลังเคยมีผลงานแอนิเมชั่น Castlevania บน Netflix ที่ได้รับการยอมรับมาแล้ว น่าสนใจที่ในขณะที่ Castlevania ยึดโยงกับรากฐานของเกมต้นฉบับอย่างแน่นแฟ้น แต่ Devil May Cry กลับเลือกที่จะละทิ้งเรื่องราวดั้งเดิมเกือบทั้งหมด โดยสร้างจักรวาลและตัวละครดันเต้แบบใหม่ ซึ่งอาจทำให้แฟนเกมที่คุ้นเคยกับภาคต้นฉบับรู้สึกแปลกแยก
ในเวอร์ชั่นนี้ ผู้สร้างนำเสนอดันเต้เป็นชายหนุ่มที่ไม่รู้เรื่องราวความสามารถพิเศษของตัวเองว่าเป็นลูกครึ่งปีศาจ แม้จะยังคงความสามารถพิเศษทั้งพลังอมตะที่ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว พร้อมอาวุธคู่กายทั้งปืนและดาบเหมือนในต้นฉบับ แต่บุคลิกภาพกลับถูกปรับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เป็นนักล่าผู้เย็นชาและมีเสน่ห์เท่ กลายเป็นวัยรุ่นซุกซนกวนประสาทและขี้เล่น จนดูเหมือนผู้สร้างต้องการให้เป็นตัวละครตลก แต่กลับไม่สามารถสร้างเสียงหัวเราะได้เลย การเห็นดันเต้ในรูปแบบที่แตกต่างจากภาพจำ ทำให้ดูแล้วแอบขัดๆ ตาอยู่ตลอด (แต่ถ้าไม่ใช่แฟนเกมก็มาก่อนก็คงไม่รู้สึกอะไร)
เนื้อเรื่องหลักนำเสนอเรื่องราวใหม่เกี่ยวกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในชุดกระต่ายที่พยายามตามหาจี้สองชิ้นที่ห้อยคอดันเต้ ซึ่งประกอบด้วยชิ้นส่วนของเขาเองและของเวอร์จิลผู้เป็นพี่ชาย โดยเป้าหมายคือการรวมจี้ทั้งสองเข้าด้วยกันเพื่อเปิดประตูนรก ผู้ก่อการร้ายเหล่านี้มีกองทัพปีศาจเป็นลูกสมุน ภายใต้การนำของตัวละครหลักที่สวมชุดกระต่าย ซึ่งการเลือกใช้สัญลักษณ์กระต่ายในเรื่องที่มีธีมดาร์กนั้นดูขัดแย้งและไม่กลมกลืน เรื่องยังพยายามสร้างความซับซ้อนด้วยการเชื่อมโยงกับนิทานอลิซในแดนมหัศจรรย์ เมื่อถึงตอนเฉลยตัวตนของผู้ก่อการร้ายปริศนา ซึ่งมันก็ไม่ค่อยเข้ากันสักเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะตอนที่กลายร่างมาเป็นบอสกระต่ายก็เล่นง่ายๆ ข้ามที่มาของความเก่งกาจไปเลย
นอกจากนี้ ยังมีความพยายามสอดแทรกประเด็นทางการเมืองเกี่ยวกับผู้อพยพเข้าเมืองในโลกจริงของอเมริกา โดยเปรียบเทียบปีศาจที่หลุดเข้ามาในโลกมนุษย์กับผู้อพยพที่น่าเห็นใจ ซึ่งสมควรได้รับความเข้าใจและการยอมรับจากรัฐบาลสหรัฐฯ เรื่องยังจำลองให้ประธานาธิบดีในเนื้อเรื่องมีลักษณะคล้ายคลึงกับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งปฏิเสธการยอมรับปีศาจเหล่านี้ การเชื่อมโยงประเด็นการเมืองเข้ากับเนื้อเรื่องแบบไม่เข้ากันเลย ทำให้เนื้อหาดูกาวเลอะเทอะขึ้นเรื่อยๆ (สะท้อนให้เห็นว่าทีมเขียนบทมีแนวโน้มทางการเมืองฝ่ายซ้ายอย่างชัดเจน)
อีกองค์ประกอบที่แปลกแยกจากต้นฉบับคือการเพิ่มองค์กรทหารลับปราบปีศาจของรัฐบาลอเมริกาที่ชื่อ Darkcom ซึ่งประกอบด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญในการกำจัดภัยคุกคามจากปีศาจ นำโดยหัวหน้าทีมชื่อแมรี่ นักรบหญิงผู้เก่งกาจที่ใช้ปืนคู่เช่นเดียวกับดันเต้ แต่บรรจุด้วยกระสุน DNA พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อปราบปีศาจโดยเฉพาะ บทภาพยนตร์พยายามสร้างให้แมรี่เป็นตัวละครที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ถึงขั้นสามารถต่อกรกับดันเต้ได้ และยังเป็นตัวละครหลักนางเอกของเรื่องที่มีทั้งช่วงเวลาปะทะกันและร่วมมือกับดันเต้ในการต่อสู้กับปีศาจ แต่น่าเสียดายที่เรื่องกลับละเลยการอธิบายภูมิหลังของแมรี่อย่างละเอียด มีเพียงฉากย้อนอดีตสั้นๆ ที่แสดงให้เห็นปมปัญหาครอบครัวและการสูญเสียพ่อแม่จากการโจมตีของปีศาจ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะอธิบายที่มาของความเก่งกาจระดับสูงของเธอ
แม้จะมีจุดบกพร่องในด้านเนื้อเรื่องและการพัฒนาตัวละคร แต่สิ่งที่ Devil May Cry ทำได้ดีคือการนำเสนอฉากแอ็คชั่นอันตระการตาและเร้าใจ ซีรีส์นี้ประสบความสำเร็จในการถ่ายทอดท่าไม้ตายอันเป็นเอกลักษณ์ของดันเต้จากเกมสู่แอนิเมชั่นได้อย่างสนุกลื่นไหลตอ่เนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้มอเตอร์ไซค์เป็นอาวุธฟาดฟันศัตรู การแปลงร่างเป็นปีศาจทีละส่วนจากมือข้างเดียวไปจนถึงร่างปีศาจเต็มตัว รวมถึงฉากต่อสู้ของแมรี่ที่ใช้เพียงปืนกับความว่องไวก็สร้างความประทับใจไม่แพ้กัน ตัวร้ายและบอสในเรื่องได้รับการออกแบบให้มีความหลากหลายทั้งรูปลักษณ์และความสามารถ สำหรับผู้ชมที่คาดหวังความบันเทิงจากฉากต่อสู้สุดอลังการคงจะพึงพอใจได้
สรุปโดยรวม สำหรับผู้ชมที่ต้องการความบันเทิงจากฉากต่อสู้สุดมันส์โดยไม่ใส่ใจความเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องดั้งเดิม Devil May Cry อาจเป็นตัวเลือกที่พอให้ความเพลิดเพลินได้ แต่สำหรับแฟนเกมที่หวังจะเห็นการถ่ายทอดจักรวาลที่พวกเขารักสู่จอภาพยนตร์อย่างสมบูรณ์ ซีรีส์นี้อาจทำให้ต้องผิดหวัง