รีวิวซีรีส์เกาหลี Karma อุบัติกรรม (Netflix) 6 ชีวิตในบ่วงกรรมที่ตัวละครแบนราบไร้มิติ…
Karma
Summary
ซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวการชดใช้กรรมของคน 6 คนผ่านเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกันราวกับผลของบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็กต์ แม้จะมีการลำดับเรื่องที่ซับซ้อนและพยายามเชื่อมโยงทุกอย่างให้ลงตัว แต่ตัวละครที่แบนราบและขาดมิติทำให้เรื่องราวไม่ลึกซึ้งเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม หากผู้ชมต้องการความสะใจจากการได้เห็นคนชั่วได้รับผลกรรม ซีรีส์เรื่องนี้ก็นำเสนอได้ดีในแง่นั้น
Overall
6.5/10User Review
( votes)Pros
- การนำความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมมาใช้ในการดำเนินเรื่อง
- การเล่าเรื่องมีความซับซ้อน
- ฉากชดใช้กรรมสยอง
- มีพากย์ไทย
Cons
- ตัวละครแบนราบขาดมิติ
- พล็อตเรื่องคาดเดาได้
- บทถูกเขียนให้ลงล็อคแบบง่ายๆ
- จบแบบไม่สุดตามธีมเรื่อง
ADBRO
“Karma อุบัติกรรม” ซีรีส์เกาหลี Original Netflix 6 ตอนจบ นำเสนอดราม่าอาชญากรรมที่เชื่อมโยงชะตากรรมของคน 6 คนเข้าด้วยกันผ่านบาปที่พวกเขาก่อไว้ทั้งในอดีตและปัจจุบัน
รีวิว Karma อุบัติกรรม (ไม่สปอยล์)
ซีรีส์นี้หยิบยกความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมในวัฒนธรรมเอเชียมาเป็นแกนหลัก – ใครทำกรรมใดไว้ ย่อมต้องได้รับผลกรรมนั้นกลับมา เรื่องเริ่มจากชายคนหนึ่งที่ติดหนี้นอกระบบ เขาวางแผนฆ่าพ่อตัวเองโดยจ้างชายชาวจีนให้ก่อเหตุอุบัติเหตุรถชนแล้วหนี หวังเอาเงินประกัน จากจุดนี้เอง ที่เส้นทางของตัวละครทั้ง 6 ค่อยๆ พัวพันกันอย่าง “บังเอิญ” ทุกคนล้วนมีกรรมเก่าที่ต้องชดใช้ในวังวนเหตุการณ์อันยุ่งเหยิงที่กำลังประสานกัน
โครงเรื่องและการเล่าเรื่องของซีรีส์ไม่ได้แปลกใหม่ สามารถคาดเดาได้ไม่ยาก ซีรีส์แบ่งเนื้อหาเป็นสองช่วงชัดเจน – สามตอนแรกย้อนอดีตเพื่อให้เห็นที่มาของเหตุการณ์เปิดเรื่อง หรืออาจเรียกว่าเป็น “ช่วงสร้างกรรม” ของแต่ละคน ส่วนสามตอนหลังเป็น “ช่วงชดใช้กรรม” ในปัจจุบัน
บทพยายามเขียนให้ทุกเหตุการณ์เชื่อมโยงกันอย่างลงตัว เหมือนเส้นด้ายแดงแห่งโชคชะตาที่ชักนำให้ทุกอย่างมีผลต่อเนื่องกันตั้งแต่วัยเด็กจนถึงปัจจุบัน ไฮไลท์ของเรื่องคือฉากการ “ชดใช้กรรม” ที่ถูกออกแบบมาให้ผู้ชมรู้สึกสะใจ แม้จะยังด้อยกว่าซีรีส์แนวล้างแค้นอื่นๆ ที่นำเสนอความโหดร้ายทรมานได้สะใจกว่า
ข้อจำกัดหนึ่งของซีรีส์คือการสร้างตัวละครที่ขาดมิติ ด้วยธีมที่มุ่งเน้นเรื่องคนบาป ทำให้ตัวละครส่วนใหญ่กลายเป็นคนเลวแบบแบนราบ ไม่มีความซับซ้อนหรือด้านดีให้เห็น พวกเขาแสดงความชั่วช้าทั้งคำพูดและการกระทำตลอดเวลา จนผู้ชมอาจรู้สึกว่าแทบรอเพียงให้พวกเขาได้รับผลกรรมเท่านั้น น่าเสียดายที่บทไม่ได้สร้างตัวละครให้มีความเป็นมนุษย์ที่มีทั้งด้านดีและด้านมืดอยู่ในคนเดียวกัน
ซีรีส์พยายามสร้างความแตกต่างผ่านตัวละครหมออีจู ที่ไม่ได้มาชดใช้บาป แต่เป็นผู้ถูกกระทำที่ต้องเข้ามาพัวพันกับคนบาปเหล่านี้ ในตอนท้าย ซีรีส์ส่งสัญญาณว่าแม้แต่คนดีก็ไม่อาจหลีกหนีบ่วงกรรมได้ แต่กลับไม่กล้าที่จะเดินไปให้สุด เพราะยังมีตัวละครที่สร้างกรรมหลงเหลือต่อไป
โดยสรุป “Karma อุบัติกรรม” เป็นซีรีส์ที่นำเสนอเรื่องราวการชดใช้กรรมของคน 6 คนผ่านเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกันราวกับผลของบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟ็กต์ แม้จะมีการลำดับเรื่องที่ซับซ้อนและพยายามเชื่อมโยงทุกอย่างให้ลงตัว แต่ตัวละครที่แบนราบและขาดมิติทำให้เรื่องราวไม่ลึกซึ้งเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม หากผู้ชมต้องการความสะใจจากการได้เห็นคนชั่วได้รับผลกรรม ซีรีส์เรื่องนี้ก็นำเสนอได้ดีในแง่นั้น